สมัครคาสิโน เสธ.โตเปิดทาง4 ทีมถอนฟ้องก่อนฟีฟ่าให้แบน

สมัครคาสิโน

ปธ. FAT NC เผยได้เจรจากับฟีฟ่าขอชะลอการใช้ไม้แข็งแบน 4 สโมสรที่ยื่นฟ้องกรณีจัดเลือกตั้ง 30 เสียงลีกภูมิภาค เพราะหวั่นกระทบถึงแฟนบอลในจังหวัด

สมัครคาสิโน พลเรือเอก สุรวุฒิ มหารมณ์ ประธานคณะกรรมการกลาง สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย (FAT NC) เปิดเผยในการแถลงข่าวประกาศรายชื่อผู้สมัครนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยและสภากรรมการเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมาว่า คดีที่ อนงค์ ล่อใจ อดีตประธานโมสรสุราษฎร์ เอฟซี ร่วมกับสโมสรพังงา, ยะลา และ ปัตตานี ฟ้องร้องที่ศาลปกครอง จังหวัดนครศรีธรรมราช ยังอยู่ในการพิจารณา ขณะที่ สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (FIFA) แนะนำให้สั่งแบน 4 สโมสรเนื่องจากการทำผิดข้อบังคับ

สุราษฎร์ เอฟซี, พังงา เอฟซี, ปัตตานี เอฟซี และ ยะลา ยูไนเต็ด ร่วมกันฟ้องการกีฬาแห่งประเทศไทย เป็นจำเลยที่ 1 , คณะกรรมการกลาง สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย เป็นจำเลยที่ 2 และ สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย เป็นจำเลยที่ 3 แม้ว่าศาลปกครอง จังหวัดนครศรีธรรมราช จะยกคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวทำให้การเลือกตั้งดำเนินการเสร็จสิ้นไปเมื่อวันที่ 22 มกราคมที่ผ่านมา คดีความที่ยังอยู่ทำให้ประเทศไทยยังสุ่มเสี่ยงต่อการถูกแบน

เสธ.โต กล่าวว่า ฟีฟ่าได้สั่งให้ FAT NC ต้องดำเนินการตามกฏของฟีฟ่า กฏของฟีฟ่าเขากำหนดไว้ในข้อ 68 ส่วน และยังตรงกับข้อ 67 ของข้อบังคับสมาคมฟุตบอล ที่บอกว่าสมาคมหรือสโมสรใดๆไม่สามารถนำกรณีต่างๆ ไปฟ้องศาลได้ ถ้าฟ้องร้องต้องไปที่ ศาลกีฬาโลก (CAS ) เพราะฉะนั้นการฟ้องร้องถือเป็นการกระทำผิดตามข้อบังคับต่อตนเองและกฏของฟีฟ่า

“ฟีฟ่าให้เราทำหนังสือเตือนไป 4 สโมสรให้ถอนฟ้องเสีย มิฉะนั้นก็จำเป็นที่ต้องลงโทษแบนสโมสรทั้ง 4 ผมก็ยังคุยต่อรองกับเขาอยู่ว่าอย่าเพิ่งแบนสโมสร ผมขอส่งหนังสือไปให้สโมสรบอกเขาให้คิดดีๆ เพราะใน 4 จังหวัดที่เขาไปฟ้องร้อง ประชาชนในพื้นที่เขาใช้กีฬาฟุตบอลเป็นสื่อในการปรองดองและความสามัคคี”

“การที่ฟีฟ่าจะแบนสโมสรทั้ง 4 มันไม่ได้ส่งผลกระทบต่อสโมสรหรอก มันจะส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ แต่ในขั้นแรกเราก็จะส่งหนังสือไปว่าฟีฟ่าเขาบอกแบบนี้ ต้องคิดกันให้ดี และคุยกับประชาชนในพื้นที่บ้างว่าเขาคิดกันอย่างไร”

ส่วนการดำเนินการเลือกตั้งนั้น พล.ร.อ.สุรวุฒิ กล่าวว่า จากนี้จะส่งหนังสือแต่งตั้งตัวแทน (Delegate forms) ไปให้ทั้ง 72 เสียง เพื่อให้ส่งตอบกลับมาภายในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ว่าแต่ละสโมสรได้แต่งตั้งให้ใครที่เป็นผู้มีอำนาจมาเป็นผู้โหวตในวันจริงในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ หากเป็นประธานสโมสรที่จะมาเองก็ต้องลงชื่อตอบกลับมาด้วย เพื่อที่วันลงคะแนนจะได้ไม่มีการทับซ้อนเกิดขึ้น โดยรายชื่อทั้งหมดเมื่อส่งมาแล้วจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงได้อีกต่อไป ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดๆทั้งสิ้น และจะถูกเก็บเป็นความลับ

ทางคณะกรรมการจะตรวจสอบหลักฐานสิทธิ์ตามที่ขึ้นทะเบียนกับ การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เชื่อว่าทุกอย่างจะไม่มีปัญหาเพราะเมื่อเป็นนิติบุคคลก็สามารถตรวจสอบได้ว่าใครเป็นผู้มีอำนาจตามการจดทะเบียนของกระทรวงพาณิชย์