ฮอลิเดย์พาเลซ PREVIEW ฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก (นัดที่2) : ไทย – ญี่ปุ่น

ฮอลิเดย์พาเลซ

ทัพช้างศึกและซามูไรต่างประเดิมด้วยความพ่ายแพ้มาทั้งคู่ ฉะนั้น 3 คะแนนในเกมนี้จึงสำคัญยิ่งนัก และก่อนจะเผชิญหน้ากัน เช็คความพร้อมรวมถึงสถิติได้ที่นี่

ฮอลิเดย์พาเลซ แข่งขัน : วันที่ 6 กันยายน พ.ศ.2559

สนามราชมังคลากีฬาถาน

เวลา 19.15 น. ถ่ายทอดสดทางช่อง 7

สภาพความพร้อม

ทีมชาติไทย (อันดับ 120 ของโลก และ อันดับ 18 ของเอเชีย)

เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ล่าสุดพาทัพช้างศึกออกไปพ่าย ทีมชาติซาอุดิอาระเบีย มา 1-0 โดยเกมนี้จะหมดสิทธิ์ใช้งาน สารัช อยู่เย็น กองกลางคนสำคัญ ที่ติดโทษแบนเพียงรายเดียว คาดว่า ชาริล ชัปปุยส์ น่าจะได้รับโอกาสลงเล่นแทนที่

ขณะที่แกนหลักรายอื่นอยู่กันครบนำโดย ธนบูรณ์ เกษารัตน์ , ชนาธิป สรงกระสินธ์ , เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ , ธีราทร บุญมาทัน และ ธีรศิลป์ แดงดา ยืนเป็นกองหน้าตัวเป้า

ทีมชาติญี่ปุ่น (อันดับ 49 ของโลก และ อันดับ 3 ของเอเชีย)

วาฮิด ฮาลิลฮ็อดชิช พาทัพซามูไรเดินทางมาปรับตัวที่ประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 2 กันยายนที่ผ่านมา โดยล่าสุดพลาดท่าเปิดบ้านพ่าย ทีมชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) มา 1-2

อย่างไรก็ตามพวกเขาไร้ปัญหาจัดทัพในเกมนี้ คาดว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง 11 ผู้เล่นคนแรกจากเกมล่าสุดเพียงรายเดียว ส่ง ทาคุมะ อาซาโนะ ทำเกมริมเส้นฝั่งซ้ายแทน ฮิโรชิ คิโยตาเกะ นอกนั้นยึดแกนหลักชุดเดิมทั้งหมดนำโดย เคซุเกะ ฮอนดะ , ชินจิ คางาวะ และ ชินจิ โอคาซากิ

11 ผู้เล่นตัวจริงที่คาดว่าน่าจะลงสนาม

ทีมชาติไทย (4-2-3-1)

กวินทร์

ทริสตอง, ธนบูรณ์, กรวิทย์, ธีราทร

ปกเกล้า, ชัปปุยส์

มงคล, ชนาธิป, เกริกฤทธิ์

ธีรศิลป์

ทีมชาติญี่ปุ่น (4-5-1)

นิชิคาวะ

ซาคาอิ, โมริชิเงะ, โยชิดะ, ซาคาอิ

ฮอนดะ, โอชิมะ, ฮาเซเบะ, คางาวะ, อาซาโนะ

โอคาซากิ

สำหรับ ทีมชาติไทย และ ทีมชาติญี่ปุ่น พบกันมาทั้งหมด 17 นัดจากการบันทึกของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) เป็น ทีมชาติญี่ปุ่น (ยิงได้ 43 ประตู) ทำผลงานได้ดีกว่า ชนะ 13 เสมอ 3 และ ทีมชาติไทย (ยิงได้ 11 ประตู) ชนะ 1 นัดเท่านั้น