MAXBET 18 ปีแห่งช้างศึก : เปิดบันทึก 18 เรื่องที่คุณอาจไม่รู้ “สินทวีชัย” ตำนานทีมชาติไทย

MAXBET

จากเด็กบ้านนอก ที่ถูกเรียกติดธงครั้งแรก ด้วยความบังเอิญ เมื่อ 18 ปีก่อน สู่เส้นทาง การรับใช้ชาติอย่างยาวนาน ชายผู้เป็นสัญลักษณ์แห่งนักสู้และความรักชาติ… นี่คือ 18 เรื่องที่คุณอาจไม่รู้ ของ ตำนานนายด่านทัพช้างศึก

MAXBET… 20 ปีที่แล้ว เขาหอบกระเป๋าพร้อมความฝัน ตีตั๋วนั่งรถทัวร์ จากจังหวัดสกลนคร ระยะทางกว่า 700 กว่ากิโลเมตร มุ่งหน้าสู่จังหวัด ชลบุรี เพื่อมาแสวงโชคด้านฟุตบอล หากมองย้อนกลับไปวันนี้…นี่คือ “ตั๋วเที่ยวเดียว” ที่แสนคุ้มค่าเหลือเกิน ของเด็กน้อย คนนั้น

บนเส้นทางตลอดย 18 ปี แห่งการรับใช้ชาติ จากจุดเริ่มต้นเพียง 2 นาทีแรก ในทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลโลก ยู-17 ที่นิวซีแลนด์ สู่ 90 นาทีสุดท้าย ในฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก ที่ออสเตรเลีย… ไม่มีวินาทีไหน ที่เขาไม่ภูมิใจ

โกล ประเทศไทย จะพาทุกท่านไปร่วม เปิดบันทึกตลอด 18 ปี ของนายด่านตำนาน หมายเลข 18 สินทวีชัย หทัยรัตนกุล หลังประกาศอำลาทีมชาติไทยเป็นที่เรียบร้อย.. กับ 18 เรื่องที่คุณอาจไม่เคยรู้เกี่ยวกับ อดีตมือกาวช้างศึกรายนี้

สินทวีชัย หทัยรัตนกุล

1. เขาเป็นชาวจังหวัดสกลนคร แต่มาใช้ชีวิตอยู่ที่ จังหวัดชลบุรี ตั้งแต่อายุ 15 ขวบ โดยจุดเริ่มต้น มาจากการที่ เจ้าตัวนั่ง รถทัวร์จากบ้านเกิด เพื่อมาคัดตัวเข้าโครงการ ช้างเผือก ของโรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชา ก่อนได้ทุนเรียนฟรีที่นี่ ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนชีวิต สู่โอกาสในการรับใช้ทีมชาติ

2. 2 ปีต่อมา โกสินทร์ (ชื่อเดิมของ สินทวีชัย) ในวัย 17 ปี มีโอกาสติด ทีมชาติไทยครั้งแรก ในรุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี ด้วยความบังเอิญสุดๆ หลังจากเคย ไปคัดตัวกับทีมชาติชุดนี้ แล้วไม่ผ่าน แต่ในช่วงที่ ช้างศึก ยู-17 กำลังเก็บตัวเตรียมทีมนั้น นายทวารมือ 2 และ มือ 3 ของชุดนั้น มีการอาการบาดเจ็บ แถมตัวสแตนด์บายอีกคนก็ดันมามีปัญหา ‘โกสินทร์’ จึงถูก “น้าติ๊ก” สมชาติ ยิ้มศิริ เฮดโค้ชช้างศึก ยู-17 เรียกตัวไปติดทีมในโค้งสุดท้าย

3. เกมแรกในสีเสื้อทีมชาติไทย (รวมทุกชุด) โกสินทร์ มีโอกาสลงเฝ้าแค่ 2 นาทีกว่าๆ เท่านั้น (ลงสนามนาทีที่ 88) หลังถูกเปลี่ยนตัวลงไปแทนที่ อินทรัตน์ อภิญญากุล นายด่านมือ 1 ชุดนั้น ในศึกชิงแชมป์โลก ยู-17 นัดสุดท้าย รอบแบ่งกลุ่ม เกมที่แพ้ กาน่า 1-7 เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 1999

4. สินทวีชัยเคยเปิดเผยว่า แรงบันดาลใจในการเป็น นักฟุตบอลทีมชาติไทย เกิดขึ้นจากในวัยเด็ก เขาเห็น รุ่นพี่นักเตะทีมชาติ ยืนเข้าแถวร้องเพลงชาติก่อนเกม ผ่านจอทีวี และอยากเห็นตัวเองไปยืนตรงจุดนั้นบ้าง จึงฝึกฝนพัฒนาตัวเอง ไต่เต้า จนวันนี้ เขา กลายเป็น ผู้รักษาประตูระดับตำนานคนหนึ่งของทีมชาติไทย

5. ผ่านการลงเล่นเอเชียนเกมส์ กับ ทีมชาติไทย ชุด ยู-23 (ปรีโอลิมปิก) และคว้าแชมป์ซีเกมส์ ได้ 2 สมัย ในปี 2003 และ 2005 รวมถึงเคยลุยทัวร์นาเมนต์อย่าง เอเชียน คัพ มาแล้ว 2 ครั้ง ในปี 2004 และ 2007 และผ่านการลงเล่นฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก มาแล้วถึง 4 ครั้ง (2006, 2010, 2014, 2018) ก่อนจะ สมหวังเข้ารอบ 12 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ ในครั้งล่าสุดที่ผ่านพ้นไป

6. ประเดิมเฝ้าเสาในทีมชาติชุดใหญ่นัดแรก ด้วยวัยเพียง 21 ปี เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2003 ในเกมอุ่นเครื่องที่พบกับ เรอัล มาดริด โดยถูกเปลี่ยนลงในครึ่งหลัง แทนที่ กิตติศักดิ์ ระวังป่า โดยเกมนัดนั้น ทีมชาติไทย แพ้ไปด้วยสกอร์ 1-2

7. คว้า 7 แชมป์กับทีมชาติไทย ประกอบด้วย ถ้วยพระราชทาน คิงส์ คัพ 3 ครั้ง (2007, 2016, 2017), เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 1 ครั้ง (2016), ซีเกมส์ 2 ครั้ง (2003,2005) ที แอนด์ ที คัพ 1 ครั้ง (2007)

8. ในการรับใช้ทีมชาติชุดใหญ่ เขาเก็บคลีนชีตได้ถึง 24 นัด และเคยรับมือนักเตะชื่อดังมากมาย ไล่มาตั้งแต่ มิคาเอล เอสเซียง (บอลโลก ยู-17), ซีเนอดิน ซีดาน, เดวิด เบคแฮม, โรแบร์โต คาร์ลอส, เควิน คูรานยี, ลูคัส โพดอลสกี, คี ซุง ยอง (เกมอุ่นเครื่อง) ไปจนถึง ชุนซุเกะ นากามูระ, อาลี ดาอี, ยูนิส มาห์มูด, มาร์ค วิดูก้า, แฮร์รี คีเวลล์, (เกมทีมชาติ) เป็นต้น

9. เปลี่ยนชื่อจริงจาก โกสินทร์ มาเป็น สินทวีชัย หทัยรัตนกุล เมื่อวันที่ 9 เดือน 9 ปี คศ. 2009

10. สินทวีชัย แต่งงาน ชื่นชนก ศิริวัฒน์ หลังทั้งคู่พบรักกันที่สนามฟุตบอล ระหว่างที่ สินทวีชัย กำลังรับใช้ทีมชาติ ในศึกชิงแชมป์อาเซียน ปี 2007 ส่วน ชื่นชนก ทำหน้าที่โฆษกสนาม ก่อนคบหาดูใจเป็นเวลานานถึง 10 ปี และเข้าพิธีวิวาห์ไป เมื่อช่วงต้นปีทีผ่านมา

11. ผ่านการร่วมงานกับ กุนซือทีมชาติไทย (เฉพาะชุดใหญ่) มากถึง 11 คน ประกอบด้วย ปีเตอร์ วิธ,คาร์ลอส อัลแบร์โต คาร์วัลโญ, ชัชชัย พหลแพทย์, ซิกกี เฮลด์, ชาญวิทย์ ผลชีวิน, ปีเตอร์ รีด, ไบรอัน รอบสัน, วินฟรีด เชเฟอร์, สุรชัย จตุรภัทรพงศ์, เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง และ มิโลวาน ราเยวัช

12. เคยได้รับเลือกให้เป็น “กัปตันทีมชาติไทย” จากเฮดโค้ชถึง 3 ยุค ไล่มาตั้งแต่ สุรชัย จตุรภัทรพงศ์, เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง และ มิโลวาน ราเยวัช รวมถึงเคยรับบทบาท กัปตันทีมชาติไทย ยู-23 ชุดแชมป์ ซีเกมส์ 2005 ภายใต้การคุมทีมของ ชาญวิทย์ ผลชีวิน อีกด้วย

13.หลายคนเรียกหรือรู้จักเขาในชื่อเล่นว่า “ตี๋” แต่แท้จริงแล้ว เขามีชื่อเล่นจริงๆ ที่พ่อแม่ตั้งให้ว่า “บอล” และผู้ที่เปลี่ยนชื่อเล่นให้เป็น “ตี๋” จนผู้คนเรียกปากจนถึงทุกวันนี้ ได้แก่ วิฑูรย์ กิจมงคลศักดิ์ อดีตกองหน้าระดับตำนานทีมชาติไทย

14. ตลอด 14 ปี ในการรับใช้ทีมชาติไทยชุดใหญ่ เขาลงสนามไปทั้งสิ้น 78 นัด รวมระยะเวลาทั้งสิ้น 5,140 วัน

15. ได้รับฉายาว่า “ซูเปอร์ตี๋” และ “ตี๋นอยเออร์‘ โดยเฉพาะฉายาหลัง เกิดขึ้นในเกมรับใช้ ทีมชาติไทย นัดชนะ เวียดนาม 1-0 เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2015 ในนาทีที่ 52 เวียดนาม ได้สวนกลับเร็ว และ เล กง วินห์ หลุดเดี่ยวลากบอลมาด้วยความเร็ว แต่ถูก สินทวีชัย วิ่งออกนอกกรอบเขตโทษ ไปสกัดอย่างแม่นยำ ช่วยให้ ไทย รอดพ้นการเสียประตู ก่อนจะมาได้ประตูชัยจาก ปกเกล้า อนันต์ ในนาทีที่ 80

ซึ่งฉายา ตี๋ นอยเออร์ มีที่มาจากสไตล์การออกมาตัดบอลจังหวะนั้น ที่คล้ายคลึงกับ มานูเอล นอยเออร์ นายด่านทีมชาติเยอรมัน นั่นเอง

16.ประโยคสุดท้าย ในการสั่งลาการรับใช้ชาติทีมชาติ ที่พูดกับรุ่นน้องนักเตะ ในห้องแต่งตัว คือ “สุดท้ายถ้าจะจดจำอะไรในตัวพี่ ให้จดจำว่า พี่คือนักสู้ สู้จนวินาทีสุดท้าย จากนี้พี่จะเป็นอดีตทีมชาติ พี่จะเป็นหนึ่งเสียงที่สนับสนุนพวกเอ็ง ขอให้ทุกคนประสบความสำเร็จในการเล่น และการใช้ชีวิต””

17. หากไม่มีอาการบาดเจ็บรบกวน เขาไม่เคยปฏิเสธทีมชาติ แม้แต่ครั้งเดียว ไม่ว่าจะติดในฐานะตัวจริง หรือผู้รักษาประตูสำรอง ตลอดเส้นทางการรับใช้ทัพช้างศึกอย่างยาวนาน 18 ปี (รวมชุดเยาวชน)

18. สินทวีชัย เลือกใช้เบอร์ 18 เป็นหมายเลขประจำตัว ตั้งแต่การรับใช้ทีมชาติครั้งแรก (ชุดยู-17 ชิงแชมป์โลก) และถือเป็นหมายเลขที่เจ้าตัวรัก และเลือกใช้เสมอ ทั้งในนามทีมชาติและสโมสร

กระทั่งได้ขอเปลี่ยนใส่หมายเลข 20 เพื่อส่งมอบหมายเลข 18 ในนามทีมชาติไทย ให้กับ ชนาธิป สรงกระสินธ์ ไว้ใช้ อย่างสมบูรณ์ (แม้กระทั่งในยามที่ ชนาธิป ไม่ได้ติดทีมชาติ เขาก็ไม่หวนกลับไปใส่เบอร์เดิม)